ชาวปากน้ำปราณ น้อมส่งเสด็จสู่วรรคาลัย

ศูนย์ฯ สิรินาถราชินี ฉบับที่ 29 ตุลาคม - ธันวาคม 2560
ชาวปากน้ำปราณ น้อมส่งเสด็จสู่วรรคาลัย


อาจกล่าวได้ว่าไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่เคยเสด็จไปถึง พระองค์ทรงมีความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรทั่วทุกภูมิภาค และทรงงานหนักเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วแคว้นแดนสยามมาตลอดพระชนมชีพของพระองค์ นับเป็นความโชคดีของพสกนิกรชาวไทยที่ได้เกิดภายใต้ร่มพระบารมีของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

ตำบลปากน้ำปราณเป็นอีกพื้นที่หนึ่งในอีกหลายๆ ภูมิภาคในประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสนพระทัยและเคยเสด็จประพาสหลายครั้งทั้งที่เป็นทางการและเป็นการส่วนพระองค์ และโดยเฉพาะการเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์นั้นภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังคงตราตรึงติดอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณหลายๆ ท่าน เนื่องจากในอดีตยามเมื่อพระองค์แปรพระราชฐานมายังพระราชวังไกลกังวล จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มายังพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณอยู่บ่อยครั้ง คุณลุงโพยม บุญกอง อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านปากน้ำปราณ และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ฯ สิรินาถราชินี ได้กรุณาถ่ายทอดความทรงจำที่ประทับใจเกี่ยวกับพระองค์ โดยราวก่อนปี พ.ศ. 2516 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินทางเรือไปตามแม่น้ำปราณบุรีเพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพป่าชายเลนสองฟากฝั่งแม่น้ำและทอดพระเนตรการดำเก็บหอยนางรมบริเวณหินชนวนหน้าเขาเจ้าแม่ทับทิมทอง และอีกเหตุการณ์เมื่อครั้งทั้งสองพระองค์เสด็จทอดพระเนตรการเลี้ยงหอยนางรมแห่งแรกของประเทศไทยที่บ้านกำนันโตมร ลางคุณเสน กำนันตำบลปากน้ำปราณริมฝั่งแม่น้ำปราณบุรี ซึ่งคุณลุงโพยมได้อยู่ในเหตุการณ์ประทับใจทั้งสองเหตุการณ์ 
               การเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์มายังพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณในปี พ.ศ. 2539 ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยสถานการณ์ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำปราณบุรีซึ่งถูกบุกรุกทำลาย จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่การพลิกฟื้นพื้นที่นากุ้งร้างให้กลับเป็นป่าชายเลนอีกครั้ง และด้วยพระราชดำรัสของพระองค์ซึ่งได้พระราชทานไว้ เมื่อครั้งเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีรับมอบผืนป่า 1 ล้านไร่ ณ พื้นที่ตำบลปากน้ำปราณ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ความว่า “ปลูกป่าชายเลนแล้วต้องให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ และในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์ด้วย” นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผืนป่าชายเลนปลูกให้เป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินีในปัจจุบัน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณอีกครั้ง เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์ฯ สิรินาถราชินี เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557 ในวันดังกล่าวพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสกับคุณธีรภัทร ประยูรสิทธิ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จในขณะนั้น ความว่า “ต้องให้คนที่ดูแลป่า ได้รับประโยชน์จากป่าที่พวกเค้าดูแลด้วย” ซึ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เห็นอีกครั้งว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพึ่งพาอาศัยและเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่า เมื่อคนดูแลป่าให้ยั่งยืน คนก็จะได้รับประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืนเช่นกัน

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวปากน้ำปราณ ในเรื่องของแหล่งทำมาหากินด้านการประมง ที่ต้องอาศัยพึ่งพิงป่าชายเลนเป็นสำคัญ จึงทำให้เกิดการพลิกฟื้นพื้นที่นากุ้งให้กลับกลายเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง นำไปสู่การกินดีอยู่ดีของประชาชนในพื้นที่ ชาวปากน้ำปราณขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พระองค์จะอยู่ในใจของชาวปากน้ำปราณและพสกนิกรชาวไทยตลอดไป