ต้นกล้าจิตอาสา รวมพลังศรัทธา ปลูกป่าทั่วแผ่นดิน

สถาบันปลูกป่า ฉบับที่ 29 ตุลาคม - ธันวาคม 2560
ต้นกล้าจิตอาสา รวมพลังศรัทธา ปลูกป่าทั่วแผ่นดิน


จากข้อมูลสถิติป่าไม้ไทย ของกรมป่าไม้ พบว่า พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ที่เริ่มมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พื้นที่ป่าไม้ของประเทศเหลืออยู่ราว 171 ล้านไร่ หรือ ร้อยละ 53.33 ของพื้นที่ประเทศ จนมาถึงปี พ.ศ. 2536 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้รวมทั้งประเทศ ประมาณ 83.47 ล้านไร่ หรือ ร้อยละ 26.03 ของพื้นที่ประเทศ แม้รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าบกทั้งหมด หรือที่เรียกกันว่า ‘ปิดป่า’ ในปี 2532 แต่สถิติของการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ทั้งก่อนและหลังมีการประกาศยกเลิกสัมปทานป่า ก็ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างไม่มีประสิทธิภาพในอัตราที่สูงมาก ส่งผลให้ป่าไม้ของประเทศไทยเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ทั้งในเชิงปริมาณและในเชิงคุณภาพ  

ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยเหลืออยู่ราว 102 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.58 ของพื้นที่ประเทศ และพบว่าทรัพยากรป่าไม้ของประเทศยังคงลดลง เนื่องจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า การแผ้วถางเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และปลูกพืชเชิงเดี่ยว การลดลงของทรัพยากรป่าไม้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ ได้แก่ ความแห้งแล้ง วาตภัย อุทกภัย และส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก  

ปตท. มุ่งมั่นเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ในการฟื้นฟูดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงความอุดม ควบคู่กับการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ป้องกันปราปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปทส.ตร.) จัดกิจกรรม ‘ต้นกล้าจิตอาสา รวมพลังศรัทธา ปลูกป่าทั่วแผ่นดิน’ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ในปี 2560 โดยได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ซึ่งทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั้งประเทศ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานกล้าไม้มงคล เพื่อนำไปปลูกในทุกจังหวัดทั่วไทย เป็นสัญลักษณ์ในการรวมพลังศรัทธาคนไทย ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้

โดยประทานกล้าไม้มงคล 6 ชนิด ประกอบด้วย ต้นนิโครธ ต้นโพธิ์ ต้นศรีมหาโพธิ์ ต้นราชพฤกษ์ ต้นประดู่ ต้นรวงผึ้ง และต้นพะยูง ณ ปะรำพิธีบริเวณพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ให้ตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดารานักแสดง และภาคเอกชน จำนวน 160 คน นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช ยังทรงปลูกต้นนิโครธ บริเวณข้างตำหนักสมเด็จพระสังฆราชเป็นปฐมฤกษ์ ในการขยายผลการปลูกต้นไม้ทั่วประเทศไทย จำนวนกว่า 10,000 ต้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกในการบูรณาการร่วมป้องกัน และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานพระโอวาสไว้ว่า “จากพุทธประวัติพบว่า ป่าไม้ มีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา หลายเหตุการณ์ อาทิ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้ภายใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือ ต้นโพธิ์ ภายหลังทรงตรัสรู้ ทรงประทับนั่งภายใต้ร่มเงาของต้นอชปาลนิโครธ เพื่อเสวยวิมุตติสุข คือ สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง อีกทั้งพระภิกษุสงฆ์ในสมัยพุทธกาลล้วนแต่อาศัยอยู่ในป่า เนื่องจากเสนาสนะป่าเขา เป็นสถานที่ที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติเจริญกรรมฐานหรือเจริญสมณธรรม”

*ต้นอัสสัตถพฤกษ์ (อัด-สัด-ถะ-พรึก)

*ต้นอชปาลนิโครธ (อัด-ชะ-ปา-ละ-นิ-โคด)