เครือข่ายผู้ปกครองเข้มแข็ง เยาวชนไทยแข็งแรง

สานปัญญา ฉบับที่ 29 ตุลาคม - ธันวาคม 2560
เครือข่ายผู้ปกครองเข้มแข็ง เยาวชนไทยแข็งแรง


‘โรงเรียน’ เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของเด็ก คงจะดีไม่น้อย หากมีการเชื่อมโยงกันระหว่างโรงเรียนและบ้าน เพื่อให้พัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ นั้นต่อเนื่องและเกิดคุณภาพสูงสุด

ต้องยอมรับว่ามีมุมมองความคิดบางอย่างเป็น ‘กำแพง’ ที่กั้นขวางระหว่างผู้ปกครองและครู โดยเฉพาะในฝั่งของพ่อแม่ผู้ปกครอง พฤติกรรมที่พบส่วนใหญ่คือ เช้ามาส่ง เย็นมารับ มอบภาระการอบรมสั่งสอนลูกๆ ให้กับโรงเรียนอย่างเต็มที่ ภาพการเข้าพบหรือพูดคุยกับคุณครูมักหาได้ยาก หรือดูไม่ดีในสายตาผู้อื่น เหมือนลูกหลานของตนมีปัญหา มากกว่าจะมาพัฒนาการเรียนการสอนของเด็กร่วมกัน    

โรงเรียนวัดเนินกระปรอก นอกจากจะเป็นต้นแบบความสำเร็จของ ‘โครงการโรงเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 จังหวัดระยอง’ อันเกิดจากการพัฒนาการสอนของครู การบ่มเพาะยกระดับจิตใจ และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็ก แต่โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง เพื่อทลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคกั้นระหว่างบ้านกับโรงเรียนให้หมดสิ้นไป

โดย ผู้อำนวยการสมเดช อ่างศิลา เริ่มต้นด้วยการขอความร่วมมือจากผู้ปกครองทั้ง 13 ห้องเรียน ให้ส่งตัวแทนจิตอาสาห้องละ 2 คน เพื่อรวมตัวเป็น ‘เครือข่ายผู้ปกครอง’ ที่เข้มแข็ง เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ พี่จาม-จามจุรี สร้อยคำ ตัวแทนผู้ปกครองชั้นอนุบาล 2 และ คุณยายแต้ว-ทัศนาลักษณ์ มาพลับ ตัวแทนผู้ปกครองชั้น ป.5 ซึ่งต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกเต็มใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาลูกหลานของตนและของเพื่อนผู้ปกครองให้ดียิ่งขึ้น

“เรามองว่าลูกหลานของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ตื่นเช้ามาก็อยากไปโรงเรียน กลับมาบ้านก็ทำการบ้าน ไม่มีห่วงเล่น เลยอยากรู้ว่าโรงเรียนมีวิธีการสอนอย่างไร จึงรับปากเป็นเครือข่ายผู้ปกครอง ในกลุ่มผู้ปกครองเองก็สนิทกันมาก จากที่ไม่เคยพูดกัน วันนี้เรายิ้ม ทักทาย พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องของลูกหลาน ยายยังหาเวลาไปเยี่ยมบ้านของผู้ปกครองแต่ละคน คนที่ไม่มีเวลาก็ฝากฝังยายให้ช่วยดูแลลูกของตนด้วย” คุณยายแต้ววัย 56 ปี เล่าถึงหน้าที่ที่ทำโดยมิได้มองว่าเป็นภาระแต่อย่างใด

ในเบื้องต้น เครือข่ายผู้ปกครองมีหน้าที่จัดการประชุมร่วมกับผู้ปกครองคนอื่นๆ ทุกเดือน เพื่อกระจายข่าวสาร พูดคุยหารือเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กๆ หากมีสิ่งใดที่จะสามารถทำประโยชน์เพื่อช่วยโรงเรียนได้ เครือข่ายผู้ปกครองกลุ่มเล็กๆ แต่มีพลังยิ่งใหญ่นี้ ก็พร้อมเสมอที่จะยื่นมือช่วยเหลือ

“แรกเริ่มพี่ไม่เต็มใจนะ แต่คุณครูขอร้อง พอได้มาทำจริงๆ รู้เลยว่าเราต้องร่วมมือกันทั้งครู ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้อำนวยการ เพื่อลูกของเรา ไม่ใช่ผลักภาระให้ใครคนใดคนหนึ่ง ปีที่แล้วในนามของเครือข่ายผู้ปกครอง พี่ได้ร่วมจัดพิธีไหว้ครูและวันแม่ ได้ไปเรียนร่วมกับลูกในห้องเรียน ได้พัฒนาจิตก่อนที่จะเรียนรู้ ก็พบว่าสมาธิมาอยู่กับตัวเราจริงๆ เราจึงไม่แปลกใจว่าลูกของเราถึงได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันสังเกตว่าครูใช้เสียงน้อยลง เพราะเด็กรู้หน้าที่ของตัวเอง”

พี่จาม แม่บ้านผู้รับเลือกให้เป็นตัวแทนผู้ปกครอง 2 ปีซ้อน กล่าวและเสริมว่าปีที่ 2 นี้ ความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิกในเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การทำงานระหว่างโรงเรียนและบ้านเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยผู้ปกครองมีส่วนในการตั้งชุมนุมให้กับเด็กๆ คือ ชุมนุมขนมไทย และชุมนุมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อชวนให้เด็กมาช่วยกันเก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นในโรงเรียนมาทำปุ๋ย หรือนำวัตถุดิบจากบ้าน เช่น กล้วย มาฝึกทำขนม เป็นการสอนให้เด็กสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่อยู่ในชุมชนของตนเอง

สำหรับคุณยายแต้วที่มีหลานเรียนอยู่ชั้น ป.5 กำลังจะขึ้น ป.6 เธอไม่ห่วงเรื่องการเรียนต่อชั้นมัธยมของหลานเลย เพราะจากการสังเกตพฤติกรรมของหลานที่เปลี่ยนไป จากเด็กสมาธิสั้นกลายเป็นเด็กที่มีความคิดอ่านและรู้หน้าที่ที่ควรทำเป็นอย่างดี คุณยายแต้วจึงเชื่อมั่นว่าหลานจะดูแลตนเองและสามารถอยู่ได้ทุกที่   

“ทางโรงเรียนบอกว่าถ้ายายอยากรู้ว่าหลานเรียนอะไร ก็เข้ามาดูหรือช่วยสอนได้เลย ประตูโรงเรียนเปิดกว้าง ซึ่งสมัยยายไม่ใช่เลย บ้านส่วนบ้าน โรงเรียนส่วนโรงเรียน ถ้าเรารวมพลังกัน เราจะแข็งแรง ถ้าเราต่างคนต่างคิด เราจะอ่อนแอ ในปีแรกผู้ปกครองยังคงเข้าร่วมกิจกรรมน้อยอยู่ แต่ตอนนี้หันมารวมตัวและช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกหลานเรา”

นับเป็นความสำเร็จก้าวเล็กๆ ของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองโรงเรียนวัดเนินกระปรอก เพื่อรวมพลังกับคุณครูสร้างลูกหลานให้เป็นทั้ง ‘คนดี’ และ ‘คนเก่ง’ สู่สังคมไทยต่อไป