โลกสวยด้วยถ่านอัดแท่ง

ชุมชน คน พลังงาน ฉบับที่ 29 ตุลาคม - ธันวาคม 2560
โลกสวยด้วยถ่านอัดแท่ง


สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน เผลอแป๊บเดียวก็จะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้วนะครับ ปลายปีอย่างนี้มันน่าขึ้นเหนือไปสูดอากาศหนาวๆ กันให้ชื่นใจจริงๆ แต่สำหรับคนที่จะไปเที่ยวเชียงใหม่หรือเชียงราย ระวังด้วยนะครับเพราะแทนที่จะได้อากาศเย็นสดชื่น อาจได้ฝุ่นละอองจากควันมาแทน แค่กๆๆ

            ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือช่วงปีใหม่ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานนะครับ ซึ่งสาเหตุใหญ่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวนมาก จนเกิดเป็นฝุ่นควันลอยมาตามลม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะภาคเหนือตอนบนเท่านั้นครับ แต่มีในทุกพื้นที่ที่มีการทำไร่ เพียงแต่ปริมาณควันไฟมากน้อยแตกต่างกันเท่านั้นเอง

            คงจะดีไม่น้อยนะครับถ้าเราจะสามารถลดปริมาณควันไฟจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรลงได้ และคงจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเราสามารถนำเอาเศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านั้นมาเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้แก่ชุมชนได้อีกต่อหนึ่ง

            ด้วยเหตุนี้ครับ ส่วนพลังงานชุมชน ปตท. จึงได้ริเริ่มงานวิจัย การผลิตถ่านจากยอดและใบอ้อยและเหง้ามันสำปะหลังเพื่อพัฒนาเป็นถ่านอัดแท่ง ขึ้น โดยเป็นการนำเอายอดและใบอ้อย รวมถึงเหง้ามันสำปะหลัง ซึ่งล้วนเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มาผลิตเป็นถ่านอัดแท่ง แทนที่จะนำไปเผาทิ้งจนเกิดปัญหามลพิษเหมือนที่ผ่านๆ มา

            โดย ปตท. ดำเนินงานวิจัยนี้ร่วมกับชุมชน ต.ท่ามะนาว จ.ลพบุรี และ ต.คำแคน จ.ขอนแก่น ครับ ชวนปราชญ์ด้านการเผาถ่านของในแต่ละพื้นที่มาร่วมวิจัยด้วยกัน โดยเริ่มจากการพัฒนาเตาเผาถ่านรูปแบบใหม่ขึ้นเพื่อหารูปแบบเตาประสิทธิภาพสูงที่สามารถเผาถ่านออกมาได้อย่างมีคุณภาพ อันได้แก่ เตาหุ้มฉนวนดินวงปูน เตาหุ้มฉนวนทรายวงปูน เตาหุ้มฉนวนทรายวงเหล็ก ของ ต.ท่ามะนาว และเตานอนหุ้มฉนวนด้วยดิน และเตาย่าง ของ ต.คำแคน

            เมื่อพัฒนาเตาแล้วเสร็จ ก็ถึงเวลาเผากันแล้วครับ ทีมวิจัยต้องบุกเข้าไร่ของชาวบ้าน เพื่อขอเศษยอดและใบอ้อย รวมถึงเหง้ามันสำปะหลังเหลือทิ้งมาใช้วิจัย แน่นอนครับว่าชาวบ้านงงกันเป็นแถว ว่าจะเอาไปทำอะไรกัน แต่ก็ยินดีให้ฟรีครับ เพราะจะได้ไม่ต้องไปเผาทิ้งให้เมื่อย

            การวิจัยของทีมตั้งต้นที่การนำเอาเศษยอดและใบอ้อย และเหง้ามันสำปะหลัง มาเผาตามกระบวนการครับ จนเมื่อได้ถ่าน ก็จะทำการเก็บข้อมูลปริมาณถ่าน รวมถึงวิเคราะห์ค่าความชื้นและค่าความร้อนของถ่านที่ได้ในแต่ละเตา ซึ่งผลออกมาว่า ถ่านจากยอดและใบอ้อย และเหง้ามันสำปะหลังที่ได้จากทั้ง 5 เตา มีค่าความชื้นต่ำกว่า 8% และมีค่าความร้อนสูงกว่า 5,000 cal/g (แคลอรีต่อกรัม) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานถ่านอัดแท่งชุมชน และแสดงว่าเตาทั้ง 5 ใบที่ ปตท. ร่วมพัฒนากับชุมชนนั้นสามารถใช้ผลิตถ่านคุณภาพสูงได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว และถ่านที่ได้นั้นก็จะถูกนำไปเพิ่มประสิทธิภาพการหุงต้ม ด้วยการบดอัดผสมเข้ากับวัสดุเชื้อเพลิงอื่นๆ เป็นถ่านอัดแท่ง ทั้งเพื่อใช้ในชุมชนและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป

            จะเห็นได้นะครับว่า การผลิตถ่านจากยอดและใบอ้อยและเหง้ามันสำปะหลังเพื่อพัฒนาเป็นถ่านอัดแท่งนี้ให้ประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว ทั้งลดมลภาวะจากการเผาทำลายยอดและใบอ้อย และเหง้ามันสำปะหลังแต่เดิมลงไปได้มาก ลดปริมาณขยะทางการเกษตร ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาวัตถุดิบเชื้อเพลิงในการหุงต้ม (ถ่านและ LPG) เพราะสามารถเผาถ่านใช้เองได้ และมากกว่านั้นคือ สร้างอาชีพ ทำให้ชุมชนมีรายได้จากการผลิตถ่านอัดแท่งขายอีกด้วย เรียกได้ว่าทำแค่ถ่านอัดแท่ง โลกก็สวยขึ้นเยอะเลยเชียวครับ

            และเพราะประโยชน์เยอะอย่างนี้นี่เอง จึงไม่แปลกครับที่ช่วงหลังๆ มานี้ พอทีมวิจัยบุกไร่ชาวบ้านเพื่อไปขอเศษยอดและใบอ้อย รวมถึงเหง้ามันสำปะหลัง ชาวบ้านไม่ค่อยอยากให้ฟรีแล้ว

            เพราะเขาอยากเก็บไว้เผาทำถ่านอัดแท่งขายเองน่ะสิครับ ส่วนใครที่สนใจอยากลดมลภาวะ ลดขยะ ลดค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ อย่ารอช้าเลยครับ มาทำถ่านอัดแท่งกันดีกว่า...

 

เรียนรู้การผลิตถ่านอัดแท่งได้ที่ :
ส่วนพลังงานชุมชน ฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2537 3586
Facebook : เครือข่ายพลังงานชุมชน ๔ ภูมิภาครวมใจ
Youtube Channel : พลังงานฮาเฮ