ข้อตกลงคุณธรรม นำพาประเทศไปสู่ความยั่งยืน

ธุรกิจสีเขียว ฉบับที่ 28 กรกฎาคม - กันยายน 2560
ข้อตกลงคุณธรรม นำพาประเทศไปสู่ความยั่งยืน


ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน นับเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญมาอย่างยาวนาน ทั้งในรูปแบบของการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่และอิทธิพลที่ตนมีอยู่ เพื่อประโยชน์ของตนเอง การติดสินบน การใช้ระบบอุปถัมภ์ ส่งผลให้รัฐสูญเสียงบประมาณในการพัฒนาประเทศโดยเปล่าประโยชน์ หากจะมองถึงการแก้ไขปัญหาให้หมดไปในเร็ววันดูจะเป็นเรื่องยาก เพราะปัญหาได้สะสมมาเป็นเวลานาน ดังนั้น รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ขึ้น เพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อสนองนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่แก่งานจัดซื้อจัดจ้างไทย

‘โครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ’ จึงได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 โดยมีการนำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต โดยเป็นการลงนามสัญญาร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ ผู้เข้าร่วมเสนอราคา และผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ มีความเป็นอิสระ ซื่อสัตย์ และเป็นกลาง โดยผู้สังเกตการณ์จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มจัดทำ TOR จนสิ้นสุดโครงการ เพื่อให้โครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ มีความโปร่งใสในทุกประการ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการในหน่วยงานรัฐเข้าร่วมจัดทำข้อตกลงคุณธรรมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 45 โครงการ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงพลังงาน จึงได้สนองนโยบายภาครัฐในการต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้เข้าร่วมในโครงการข้อตกลงคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการจัดขึ้นในปี 2559 โครงการแรกที่ ปตท. ได้เข้าร่วม ได้แก่ ‘โครงการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติวังน้อย ต่อมาในปี 2560 ปตท. ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ให้เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 และ โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ จ.ระยอง หรือ T-2 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ

โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ตามแผนระบบรับส่งและโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคง โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 ซึ่งนับเป็นโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกที่ยาวที่สุดของประเทศ มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 415 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 96,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มส่งก๊าซได้ในปี 2564 จะรับส่งก๊าซจากจังหวัดระยองไปยังโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติเดิมของ ปตท. ที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยมีแนวท่อพาดผ่านทั้งสิ้น 8 จังหวัด คือ จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และนนทบุรี ซึ่งสามารถรองรับความต้องการก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 7,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

                สำหรับ โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ จ.ระยอง ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว แห่งที่ 2 ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแฟบ ต.มาบตาพุด จ.ระยอง ทำหน้าที่รองรับการขนส่งและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มสูงขึ้นตาม ‘แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย’ โดยโครงการประกอบไปด้วย ท่าเทียบเรือ 1 ท่า และถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว จำนวน 2 ถัง สามารถรองรับการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว ได้ถึง 7.5 ล้านตันต่อปี วงเงินงบประมาณ 38,500 ล้านบาท และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2565

การลงนามข้อตกลงคุณธรรมของทั้ง 2 โครงการ นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นให้เกิดความโปร่งใสของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงสร้างบรรทัดฐานในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่รัฐบาลหันมาจริงจังกับปัญหาการคอร์รัปชัน เป็นต้นแบบให้กับทุกภาคส่วนในสังคมได้ตระหนักถึงการสร้างจริยธรรม เพื่อการนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป