คริส เบญจกุล อุบัติเหตุพลิกชีวิตให้คิดใหม่

คนบันดาลใจ ฉบับที่ 27 เดือนเมษายน - มิถุนายน 2560
คริส เบญจกุล อุบัติเหตุพลิกชีวิตให้คิดใหม่

“ผมยังสู้ชีวิตอยู่” คือคำตอบชีวิตในปัจจุบันของคริส เบญจกุล

          จากอดีต เมื่อปี 2542 ที่ คุณคริส เบญจกุล ประสบอุบัติเหตุเพราะความประมาทในการขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้อื่นที่เมาแล้วขับชนเขา ด้วย พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงรับคริสเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ จิตใจที่เข้มแข็ง กำลังใจจากครอบครัว บวกกับความสามารถของแพทย์และพยาบาลทุกท่าน ทำให้เขาลุกขึ้นสู้ และเป็นคริส ที่สดใส ใบหน้าอาบรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเช่นทุกวันนี้

          ปัจจุบัน คริส เบญจกุล คือผู้ที่ถ่ายทอดความสุขของชีวิตและสานต่อแคมเปญเมาไม่ขับ เขาเป็นวิทยากรอบรมการรณรงค์เพื่อเตือนสติผู้ขับขี่ยานยนต์ทุกคนให้มีความระมัดระวัง โดยถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาเพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้อื่น รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวให้เราได้ฟังด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะผ่านบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง ในร้านขนมปัง 60 Plus Bakery ซึ่งคริสทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ร้านขนมปังแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมคนพิการเพื่อให้มีงานทำจนประสบความสำเร็จมาหลายรุ่นเป็นเหมือนสถานที่ส่งต่อความหวังให้แก่คนพิการ

            คริส เริ่มต้นเล่าเหตุการณ์เมื่อปี 2542 ให้ฟังว่า ในวันนั้นเขาขับรถกลับมาจากเที่ยวหัวหินกับเพื่อนแถวถนนเพชรเกษม แล้วมาพบคนประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คว่ำบนไหล่ทาง คริสเลยจอดรถแล้วลงมาช่วยคนบาดเจ็บ ในชั่วพริบตาก็มีรถจักรยานยนต์อีกคันพุ่งชนที่ด้านหลังของเขา ด้วยความเร็วและแรงจึงทำให้ร่างของเขาลอยกระเด็นไปไกลจากจุดเกิดเหตุ

            “เขาเมาแล้วขับรถมาชน ตอนนั้นผมหันหลังให้เขา ผมหนัก 75 กิโล ความแรงทำให้ตัวผมลอยไปประมาณ 8-9 เมตร กะโหลกศีรษะกระแทกกับเสาไฟฟ้า จากนั้นก็น็อคไปเลย”

อุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้คริสต้องผ่าตัดสมองถึง 8 ครั้ง สะโพกร้าว และนอนเป็นเจ้าชายนิทราไปถึง 10 วัน

พอฟื้นก็จะมีอาการหลับๆ ตื่นๆ ทุก 2 ชั่วโมง และความจำเสื่อม นับจากวันนั้นราว 1 ปีพอเขาเริ่มรู้สึกตัวก็พบว่าแขนกับขางอผิดปกติ ต้องทำกายภาพบำบัด ภายใน 3 ปีเขาต้องเข้าออกห้องผ่าตัดกว่า สิบครั้งและต้องอยู่ที่โรงพยาบาลราว 3 ปี เขาเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วยน้ำเสียงธรรมดาและหยอดมุกอย่างสนุกสนานทำให้เห็นประกายตาที่มีความหวังและเป็นนักสู้ชีวิตอย่างที่คริสบอกกับเรา ต่อมาเมื่อปี 2551 เขาต้องเจอกับอุบัติเหตุรุนแรงอีกครั้ง ในครั้งนี้ขาของคริสถูกอัดติดกับรถจนต้องดามเหล็ก แม้จะไม่หนักหนาสาหัสเท่าครั้งแรก แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ สาเหตุก็เกิดจากการขับขี่รถอย่างประมาทของผู้อื่นเช่นกัน

            เมื่อฟังคริสเล่ามาถึงตอนนี้ เราจึงอยากรู้ว่า เขาก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มาได้อย่างไรกัน?

“ตอนนั้นได้กำลังใจจากครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง และญาติเป็นหลักเลย และได้ดูรายการท่องเที่ยว ก็นึกอยากไปเกาะเฮ เกาะเกร็ด เลยคิดในใจว่าต้องเดินให้ได้ ตอนที่พยาบาลจับผมยืดขาให้ตรง บล็อกซิลิโคน แล้วดึงผมให้ยืนขึ้นเลย รู้สึกเจ็บจี๊ดที่เท้าขึ้นมาทันทีเหมือนโดนไฟช็อต เจ็บมากๆ แต่พ่อกับแม่คอยให้กำลังใจ บอกว่า You can do it. ผมเลยเดินไป-กลับ ได้ 20 รอบ”

จากที่เดินไป-กลับได้ 20 รอบ ก็ขยับขึ้นมาเป็น 30 รอบ สบายๆ เขาบอกกับเราว่าที่อยากรีบเดินได้เร็วๆ เพราะมีความฝัน “ผมอยากไปเที่ยว ที่นู่นก็อยากไป ที่นั่นก็อยากไป อยากไปทะเล”  

          ความฝันนี้สำหรับคนซึ่งมีร่างกายแข็งแรงก็คงทำได้ไม่ยากเย็นนัก แต่สำหรับคริส เขาใช้ความฝันนี้ เป็นแรงผลักดัน สร้างความมุ่งมั่นให้เขาลุกขึ้นยืน เดิน และก้าวเท้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จากก้าวแรกในวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาได้เดินทางตามฝันไปแล้วกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศไทย

          หลังจากผ่านอุบัติเหตุทั้งสองครั้งมาได้นั้น ทำให้คริส ได้มีโอกาสนำประสบการณ์ต่างๆ ดังที่เล่ามาไปแบ่งปันแก่ผู้อื่น เพื่อเตือนใจให้ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะระมัดระวังและตระหนักถึงความปลอดภัยต่อทั้งชีวิตตัวเองและผู้อื่น สิ่งที่สานความสุขของเขาและเป็นเสมือนปณิธานของชีวิตคือ การมีชีวิตอยู่เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งมอบความหวังและแรงบันดาลฝันให้กับผู้พิการคนอื่นๆ ต่อไป

          คริสสามารถทำได้ “You can do it.” ดังประโยคที่พ่อกับแม่เคยพูดให้กำลังใจเขา และเขาก็เชื่อมั่นว่าใครๆ ก็ “You can do it.” ได้เช่นเดียวกันขอเพียงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ