4 วิธีเสริมภูมิคุ้มกัน คงความอ่อนเยาว์

บ้านนี้อุดมสุข ฉบับที่ 26 เดือนมกราคม - มีนาคม 2560
4  วิธีเสริมภูมิคุ้มกัน คงความอ่อนเยาว์


          ศาสตร์ธรรมชาติบำบัด กล่าวว่าร่างกายของคนเรามีระบบภูมิคุ้มกันเป็นอาวุธป้องกันโรคที่ดีที่สุด หากเราสามารถรักษาสมดุลในการกินอยู่ให้ถูกต้อง ก็จะเป็นเกราะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี

          ที่สำคัญเมื่อเซลล์ในร่างกายแข็งแรง อวัยวะภายในร่างกายทำงานได้ดี เราจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณสดใส ยืดเวลาความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้ยาวนานขึ้น

           เคล็ดลับง่ายๆ นอกจากนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายแล้ว ยังมีวิธีที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกเช่น

  • อาบน้ำร้อนสลับน้ำเย็น นอกจากเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เร่งการรักษา

ตัวเอง ป้องกันไข้หวัด เพิ่มกระบวนการเมแทบอลิซึม (Metabolism) หรือกระบวนการเผาผลาญที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ และช่วยชะลอความแก่ วิธีการเริ่มจากการอาบน้ำตามปกติ เสร็จแล้วอาบน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 38-40 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอุณหภูมิในระดับที่ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น) อาบ 3 นาที แล้วอาบน้ำเย็นจัด 3 วินาที (ก่อนอาบหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ราดน้ำ) ทำเช่นนี้ 3 รอบ เสร็จแล้วเช็ดตัวให้แห้ง

  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปทั้งหลาย อาหารแปรรูปเต็มไปด้วยสารเคมีปรุงแต่งอาหาร เช่น สารกันบูด

สารแต่งสี ที่สำคัญการแปรรูปอาหารอย่างซับซ้อนทำให้สูญเสียสารอาหารบางอย่างไป ดังนั้นควรกินอาหารจากธรรมชาติ อย่างผัก ผลไม้ ธัญพืช และถั่ว ทดแทนข้าวขาวและขนมปัง และเพื่อสุขภาพที่ดีควรลดการกินน้ำตาล น้ำมัน เกลืออีกด้วย

  • กินอาหารที่มีอินทรียสารจากพืช (Phyto-chemical) อินทรียสารจากพืช คือ สารสีในอาหารตาม

ธรรมชาติที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติในการเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง แพทย์ทางธรรมชาติบำบัดแนะนำว่า

เซเลอรีมีแคโรทีนอยด์ เคล็ดลับในการกินคือ ควรกินวันละ 8 ก้านจะทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ นอกจากนี้หากกินเซเลอรีร่วมกับขิงและพริกไทยดำจะช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

มะเขือเทศมีไลโคปีน หากปรุงด้วยความร้อนนิดหน่อยจะทำให้มีสรรพคุณดีขึ้น เวลาปรุงอย่าลืมใส่น้ำมันเล็กน้อย (น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวดีที่สุด) จะทำให้สารไลโคปีนออกมามากขึ้น และยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี

กระเทียมมีกลูตาไทโอน หากกระเทียมได้รับความร้อนนานเกินจะทำให้ส่วนประกอบที่มีสรรพคุณเป็นยาสลายไป ดังนั้นการปรุงอาหารไม่ควรใช้เวลานานเกิน 15  นาที จึงจะได้ประโยชน์จากการกินกระเทียมและเลี่ยงรสเผ็ดของกระเทียมได้

  • รู้จักจัดการกับความเครียด ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ควรตระหนักว่าเมื่อเรามีความเครียดวิตกกังวลจะส่งผล

ต่อระบบร่างกาย เพราะจะไปบีบกล้ามเนื้อหัวใจให้สูบฉีดเลือดผิดปกติ และจะไปบีบกล้ามเนื้อปอดทำให้หายใจได้ไม่ยาวไม่ลึก ร่างกายจึงรับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้การเผาผลาญอาหารไม่สมบูรณ์ เลือดขาดสารอาหารที่จะไปเลี้ยงเซลล์ ทำให้เซลล์อ่อนแอ ของเสียตกค้างในเซลล์มากขึ้น เป็นปัจจัยให้เกิดโรคได้

            อยากแข็งแรงและอ่อนวัยไปอีกนานๆ มาเริ่มที่การดูแลกายและใจของเราไปวันละนิดนะคะ

 

อ้างอิงข้อมูลจากหนังสือ ‘ธรรมชาติช่วยชีวิต’ ของ ดร.ทอม อู๋ (Dr.Tom Wu) สำนักพิมพ์นานมีบุ๊ค  

56